วัคซีนไม่ได้มีไว้สำหรับเด็กเท่านั้น ผู้ใหญ่เองก็ต้องการวัคซีนหลายชนิดตลอดช่วงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการฉีดกระตุ้นภูมิที่เคยได้รับตอนเด็ก หรือวัคซีนชนิดใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อป้องกันโรคเฉพาะกลุ่มวัยและกลุ่มเสี่ยง บทความนี้พาไปทำความรู้จัก “โลกของวัคซีน” สำหรับผู้ใหญ่ ครอบคลุมทั้งวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนที่เพิ่งได้รับการรับรองในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนตัดสินใจฉีด
หมายเหตุ: บทความนี้เรียบเรียงเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถทดแทนคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรได้ ก่อนรับวัคซีนทุกครั้งควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเหมาะสมตามอายุ โรคประจำตัว และปัจจัยเสี่ยงส่วนบุคคล
บาดทะยัก คอตีบ และไอกรน (Td / Tdap)
ผู้ใหญ่ทุกคนที่ไม่เคยได้รับวัคซีนชุดพื้นฐานควรเริ่มฉีดชุดป้องกันบาดทะยักและคอตีบ (Td) จำนวน 3 เข็ม จากนั้นแนะนำให้ฉีดกระตุ้นซ้ำทุก 10 ปี โดยอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิตควรเปลี่ยนมาใช้สูตรที่มีองค์ประกอบป้องกันไอกรนร่วมด้วย (Tdap) เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อไอกรนสู่ทารกและคนรอบข้าง ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยคืออาการปวด บวม แดงบริเวณที่ฉีด ส่วนปฏิกิริยารุนแรงแบบ Arthus พบได้น้อยมาก
หัด คางทูม หัดเยอรมัน (MMR)
ผู้ใหญ่ที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 (ค.ศ. 1957) เป็นต้นมา และไม่มีหลักฐานว่าเคยได้รับวัคซีนหรือเคยติดเชื้อมาก่อน ควรได้รับวัคซีน MMR อย่างน้อย 1 เข็ม โดยบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่มีความเสี่ยงสัมผัสโรคคางทูมในช่วงที่มีการระบาด อาจต้องฉีดเข็มที่สองเพิ่มเติม อาการข้างเคียงที่พบบ่อยคือปวดและแดงบริเวณที่ฉีด มีไข้ ผื่น และปวดข้อชั่วคราว ส่วนปฏิกิริยาแพ้รุนแรงพบได้น้อย เนื่องจากเป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ จึงไม่แนะนำในหญิงตั้งครรภ์และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง
อีสุกอีใส (Varicella)
ผู้ใหญ่ที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 (ค.ศ. 1980) เป็นต้นมา และไม่มีหลักฐานว่าเคยติดเชื้อหรือเคยฉีดวัคซีนมาก่อน ควรได้รับวัคซีน 2 เข็ม ห่างกัน 4-8 สัปดาห์ ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือปวด บวม แดงบริเวณที่ฉีด บางรายอาจมีไข้หรือผื่นคล้ายอีสุกอีใสเกิดขึ้นได้ เป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์เช่นเดียวกับ MMR จึงมีข้อควรระวังในหญิงตั้งครรภ์และผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
งูสวัด (Shingrix)
แนะนำสำหรับผู้ใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไปทุกคน รวมถึงผู้ที่เคยเป็นงูสวัดมาก่อนหรือเคยฉีดวัคซีนงูสวัดชนิดเก่ามาแล้ว นอกจากนี้ยังแนะนำในผู้ใหญ่อายุ 19 ปีขึ้นไปที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือกำลังรับการรักษาที่กดภูมิคุ้มกัน ฉีดทั้งหมด 2 เข็ม ห่างกัน 2-6 เดือน ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือปวดบริเวณที่ฉีด มีรอยแดง บวม ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ และมีไข้ ซึ่งมักเกิดขึ้นในระดับที่มากกว่าวัคซีนทั่วไปเล็กน้อยแต่หายได้เอง
HPV (ไวรัสหูดหงอนไก่ / มะเร็งปากมดลูก)
แนะนำสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยฉีดมาก่อนจนถึงอายุ 26 ปี และอาจพิจารณาฉีดในผู้ใหญ่อายุ 27-45 ปีที่ยังมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HPV รายใหม่ ฉีดทั้งหมด 3 เข็ม ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือปวด บวม แดงบริเวณที่ฉีด และอาจมีอาการเป็นลมได้ในบางราย จึงแนะนำให้นั่งหรือนอนขณะฉีดและสังเกตอาการอย่างน้อย 15 นาทีหลังฉีด ข้อมูลปัจจุบันชี้ว่าภูมิคุ้มกันจากวัคซีนคงอยู่ได้อย่างน้อย 10 ปี
RSV (ไวรัสทางเดินหายใจส่วนล่าง)
ปัจจุบันมีวัคซีน RSV ให้เลือก 3 ยี่ห้อ ได้แก่ Abrysvo (Pfizer), Arexvy (GSK) และ mResvia (Moderna) ฉีดเพียงเข็มเดียว แนะนำสำหรับผู้ใหญ่อายุ 75 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีอายุ 50-74 ปีที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรค RSV รุนแรง เช่น โรคปอด โรคหัวใจ โรคไต โรคตับ โรคทางระบบประสาทหรือโรคเลือดเรื้อรัง เบาหวาน ภาวะอ้วนรุนแรง หรืออาศัยอยู่ในสถานพยาบาลระยะยาว ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือปฏิกิริยาบริเวณที่ฉีด ส่วนผลข้างเคียงที่พบได้น้อยแต่ควรทราบคือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะและกลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร (Guillain-Barré) ซึ่งพบรายงานร่วมกับ Arexvy และ Abrysvo ส่วน mResvia มีรายงานลมพิษ นอกจากนี้ Abrysvo เป็นชนิดเดียวที่ได้รับการรับรองให้ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ช่วงอายุครรภ์ 32-36 สัปดาห์เพื่อป้องกันโรคในทารกแรกเกิด
นิวโมคอคคัส (ปอดอักเสบ)
วัคซีนกลุ่มนี้มีหลายชนิด ทั้งชนิดคอนจูเกต (เช่น Capvaxive, Prevnar20, Vaxneuvance) และชนิดโพลีแซคคาไรด์ (Pneumovax23) แนะนำสำหรับผู้ใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีอายุ 19-49 ปีที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น โรคหัวใจ ตับ ปอดเรื้อรัง เบาหวาน สูบบุหรี่ หรือภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ตารางการฉีดจะขึ้นอยู่กับประวัติการได้รับวัคซีนนิวโมคอคคัสในอดีต จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเป็นรายบุคคล ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือปวดและแดงบริเวณที่ฉีดในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย และปวดกล้ามเนื้อ
ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A)
แนะนำสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยฉีดและมีปัจจัยเสี่ยง เช่น เดินทางหรือทำงานในพื้นที่ที่มีการระบาดสูง ผู้ใช้สารเสพติด ผู้ที่มีโรคตับเรื้อรัง หรือผู้ที่ต้องการภูมิคุ้มกันเพิ่มเติมแม้ไม่มีปัจจัยเสี่ยงชัดเจน ฉีดทั้งหมด 2 เข็ม ห่างกันหลายเดือน ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือปวดบริเวณที่ฉีด อาจมีไข้ต่ำๆ ปวดศีรษะ และอ่อนเพลียร่วมด้วย
ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B)
แนะนำสำหรับผู้ใหญ่อายุ 19-59 ปีทุกคน และผู้ใหญ่อายุ 60 ปีขึ้นไปที่มีปัจจัยเสี่ยงหรือต้องการภูมิคุ้มกันเพิ่มเติม มีทั้งสูตร 2 เข็มและ 3 เข็มขึ้นอยู่กับชนิดวัคซีน ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือปวดบริเวณที่ฉีด อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ และมีไข้ต่ำๆ
เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อเมนิงโกคอคคัส
แบ่งเป็นกลุ่ม ACWY และกลุ่ม B แนะนำเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงเฉพาะ เช่น ไม่มีม้ามหรือม้ามทำงานผิดปกติ ติดเชื้อ HIV ทำงานในห้องปฏิบัติการที่สัมผัสเชื้อโดยตรง เดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาด หรือนักศึกษาปีหนึ่งที่พักในหอพัก ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ไม่สบายตัว และปฏิกิริยาบริเวณที่ฉีด
ฮีโมฟิลุส อินฟลูเอนเซ ชนิดบี (Hib) และโปลิโอ (IPV)
วัคซีน Hib ในผู้ใหญ่จำกัดเฉพาะผู้ที่ไม่มีม้ามหรือกำลังจะได้รับการผ่าตัดม้าม รวมถึงผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด ส่วนวัคซีนโปลิโอชนิดฉีด (IPV) แนะนำสำหรับผู้ใหญ่ที่ยังไม่เคยฉีดหรือฉีดไม่ครบ และผู้ที่มีความเสี่ยงสัมผัสเชื้อโปลิโอสูง เช่น เดินทางไปยังพื้นที่ที่ยังมีการระบาด
สรุปส่งท้าย
จะเห็นได้ว่าวัคซีนสำหรับผู้ใหญ่มีความหลากหลายไม่แพ้วัคซีนในวัยเด็ก และคำแนะนำในการฉีดแต่ละชนิดขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งอายุ ประวัติการฉีดวัคซีนในอดีต โรคประจำตัว และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต การพูดคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรเป็นประจำเพื่อทบทวนว่าวัคซีนใดที่ยังขาดอยู่ จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันสำหรับผู้ใหญ่ทุกช่วงวัย
ข้อมูลอ้างอิงเรียบเรียงจากแนวทางคำแนะนำการให้วัคซีนผู้ใหญ่ของคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านการให้วัคซีน (ACIP) สหรัฐอเมริกา ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด ณ เดือนสิงหาคม 2026


